ว่างๆๆๆๆ นิดนึง

บล็อคนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ในรายวิชาอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ของ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

"10 วิธีในการคลายความเครียด"

ปัญหาการเมืองไทยที่จะต้องปฏิรูป

กระแสการปฏิรูปกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไม่ใช่แค่จะปฏิรูปทางการเมืองเท่านั้น แต่ทะเยอทะยานถึงขั้นที่คิดจะ “ปฏิรูปประเทศไทย” เลยทีเดียว เป็นกระแสที่เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยต้องบอบช้ำแสนสาหัส จากวิกฤติการทางการเมือง
          นกยกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดฉากแผนการปฏิรูปประเทศขึ้นมาในแผนการสร้างความปรองดองในชาติ แผนการปรองดอง 5 ข้อ ได้แก่การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  การสร้างความเป็นธรรมในสังคม การปฏิรูปสื่อ การปฏิรูปการเมือง และการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือด และจลาจลเผาบ้าน เผาเมือง
          ข้อแรก น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เพราะคนไทยล้วนแต่เทิดทูนในหลวงอยู่แล้ว ปัญหาสำคัญ คือ ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ใครเอาสถาบันพระมหากษัตริย์  ไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาการเมือง ส่วนปัญหาที่น่าจะทำได้ไม่อยากจนเกินไป คือการปฏิรูปสื่อ และการสวบสวน
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ชื่อเล่น: ปู) เกิด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2510 นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และหญิงคนแรกของประเทศไทย และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยสังกัดพรรคเพื่อไทย กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม
ยิ่งลักษณ์ เกิดในจังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตต ในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ทั้งคู่ ต่อมาเป็นผู้บริหารในธุรกิจซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย และภายหลังเป็นประธาน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส)
ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอชื่อยิ่งลักษณ์เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 ผลการเลือกตั้งปรากฎว่า พรรคเพื่อไทยได้ผู้แทนราษฎร 265 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ไทย ที่พรรคการเมืองพรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา จากนั้นยิ่งลักษณ์ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ วันศุกร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สืบต่อจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากนั้น ในวันดังกล่าวยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช จันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554 หลังจากนั้น จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งลงมา ในวันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554 [2]

รับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล

นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล พร้อมขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญรองผู้ว่า กทม. และผู้ว่าฯ นนทบุรี และอธิบดีกรมชลประทาน เข้าหารือ ถึงมาตรการในการรับมือมวลน้ำก้อนใหญ่ ที่อาจจะเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ซึ่งภายหลังการรับฟังการชี้แจงสถานการณ์น้ำ นายกรัฐมนตรี บอกว่ารู้สึกสบายใจมากขึ้น และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้ โดยเตรียมพร้อมไว้อย่างเต็มที่ รวมถึงเขื่อนที่สามารถรองรับน้ำได้ ซึ่งห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 70 กิโลเมตร ทั้งนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา สำหรับความขัดแย้งของคนในพื้นที่ที่ต้องรับน้ำนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดที่จะแก้ไขบริหารจัดการ แต่หากเป็นพื้นที่รับน้ำที่ต้องมีการเกี่ยวข้าว ก็จะต้องหารือเพื่อดูแลเรื่องของการเยียวยาต่อไป นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณคนไทยที่ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในโครงการ คนไทยร่วมใจช่วยน้ำท่วม ซึ่งได้เงินจำนวน 363 ล้านบาท

ฮุนเซนชี้สัมพันธ์รัฐบาลมาร์คย่ำแย่สุด

นปช.เผยฮุนเซนชี้ความสัมพันธ์กับรัฐบาลที่แล้ว ย่ำแย่ที่สุด ยันสุเทพ-ประวิตรแอบหารือพื้นที่ทับซ้อน
แหล่งข่าวจากกลุ่มนปช.เปิดเผยกับ"สำนักข่าวเนชั่น"ถึงการเดินทางไปประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ได้พบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทั้งนี้สมเด็จฮุนเซน ได้มาพูดคุยกับกลุ่มแกนนำที่เดินทางไป โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีความจริงใจกับประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่าการกลับมาเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย สถานการณ์ไทย-กัมพูชา จะกลับมาเหมือนเดิม เพราะชุดรัฐบาลที่แล้ว ที่มีนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถือว่าความสัมพันธ์ย่ำแย่สุดๆ คนกัมพูชาเองก็รู้สึกแย่ พรรคเพื่อไทยกลับมาทุกอย่างน่าจะกลับมาดีขึ้น และเหมือนเดิม นอกจากกัมพูชาแล้ว เชื่อว่า ลาว พม่า เวียดนาม ความสัมพันธ์ก็จะกลับมาเหมือนเดิมในไม่ช้า
ทั้งนี้สมเด็จฮุนเซน ได้เปิดเผยอีกว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ในขณะนั้น) ได้เดินทางมาพบที่บ้าน โดยไม่ได้นัดหมายอย่างเป็นทางการ ตอนแรกก็คุยเรื่องทั่วไป ไม่นาน นายสุเทพ ก็ได้นำแผนที่ ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนขึ้นมากาง และขอคุยเรื่องพื้นที่ทับซ้อน โดยบอกว่านายอภิสิทธิ์ ให้มาคุยและต้องการให้เรื่องนี้จบในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่สมเด็จฮุนเซนปฎิเสธที่จะคุย จึงให้คุยกับนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่วนสาเหตุที่สมเด็จฮุนเซน ไม่คุย เพราะมองว่า การคุยเป็นแบบนี้เป็นเรื่องไม่ชอบมาพากล และท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องระดับประเทศ ต้องคุยกับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะการเจรจาเรื่องดังกล่าว สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นการหารืออย่างเป็นทางการ และมีการบันทึกทุกอย่างไว้ชัดเจน ไม่ทำเหมือนมีลับลมคมใน

รัฐบาลจัดระดมทุนช่วยน้ำท่วม นายกฯขอบคุณทุกน้ำใจ

รัฐบาลจัดงาน รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม นายกฯขอบคุณคนไทยทุกภาคส่วน รวมพลังแสดงความสามัคคี บริษัท ห้างร้าน หน่วยราชการ ระดมบริจาค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 20.30 น. สำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดงาน รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม ขึ้นที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ครม. ศิลปินดารามาร่วมรับโทรศัพท์ จากผู้ที่ประสงค์จะบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 50 คู่สาย โดยถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และและสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 โดย
นายกฯ ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศ เพื่อมารวมพลังบอกพี่น้องทั้ง 44 จังหวัด ที่ประสบอุทกภัย ว่าเรามีความรักห่วงใย เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยและให้ทุกคนเข้มแข็งต่อสู้ต่อไปได้ ในนามรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วน ในการรวมพลังครั้งนี้
หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับเงินบริจาคจากหน่วยงานต่างๆอาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ 30 ล้านบาท บริษัทไทเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 30 ล้าน บาท นายตัน ภาสกรนที ในนามมูลนิธิตันปัน 40 ล้านบาท ปตท. 20 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 10 ล้านบาท การบินไทย 1 ล้านบาท กระทรวงแรงงาน 3.3 ล้านบาท การไฟฟ้าฝ่ายผลิต. 6 ล้านบาท บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง 2 ล้านบาท บริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด มหาชน 2 ล้านบาท บริษัทเอสซีแอสเซท คอร์ปเปเรชั่น (มหาชน) 1 ล้านบาท บริษัทโตโยต้า 2 ล้านบาท บริษัทอาร์เอสจำกัด (มหาชน) 1 ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3 ล้านบาท บริษัทจีเอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) 1 ล้าน นายธงไชย แมคอินไตย์ 2 แสนบาท กลุ่มอิน ทัช 5 ล้านบาท กลุ่มเซ็นทรัล 1 ล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ 4 ล้านบาท กลุ่มนักณุรกิจไทยจีน โดย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร 6 ล้านบาท บริษัทกระเบื้องโอฬาร 1 ล้านบาท เทสโก้โลตัส 1 ล้านบาท บริษัท มิสทีน 1 ล้านบาท สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่น 12 ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมเรียนด้วย 2,345,000 บาท กระทรวงอุตสาหรรรม 9,999,999 บาท